ตะกั่วป่าสมัยนครศรีธรรมราช

May
14

        ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่   16  เป็นต้นมา  ดินแดนทางภาคใต้ของประเทศไทย หรือคาบสมุทรมลายู  ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของพวกทมิฬโจฬะมาตลอด  พวกทมิฬได้ใช้เมืองนครศรีธรรมราช  (ที่จริงสมัยนั้นเรียก  ตามพรลิงค์ หรือศรีธรรมโศก )  เป็นศูนย์กลางการปกครองและขนส่งสินค้าในภูมิภาคนี้แทนศรีวิชัย     จึงทำให้นครศรีธรรมราชมีความเจริญรุ่งเรือง  มั่งคั่งทางด้านเศรษฐกิจและมีอำนาจทางการเมืองการปกครอง   จนกระทั่งในศตวรรษที่  18  พระเจ้าจันทรภานุ  (พระเจ้าศรีธรรมโศกราช)  ได้ประกาศความยิ่งใหญ่  แยกตัวออกจากอำนาจการปกครองของพวกทมิฬโจฬะ  พร้อมกับเข้าครอบครองดินแดนต่างในคาบสมุทรมลายูทั้งหมดแทนพวกทมิฬโจฬะอีกด้วย
        ในช่วงศตวรรษที่  18 นี้เอง  ก็ปรากฏว่ามีการตั้งเมืองตะกั่วป่า ขึ้นอีก    สันนิษฐานว่าเมืองตะกั่วป่า ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้  เริ่มด้วยการที่คนไทยพื้นเมือง  ได้เข้าไปขุดหาแร่ดีบุก  ในแหล่งที่มีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์  จนกลายเป็นชุมชนใหญ่ขึ้น  และพัฒนามาเป็นเมืองในระยะต่อมา  ชื่อเมืองตะกั่วป่า  ก็มาจากชื่อแร่ดีบุกดังที่กล่าวมาแล้วในเรื่องชื่อเมืองตะกั่วป่า  ชุมชนขุดหาแร่ดีบุกลักษณะนี้  นอกจากจะเกิดขึ้นในตะกั่วป่าแล้ว  ยังเกิดขึ้นในบริเวณอื่นที่มีแร่ดีบุกอุดมสมบูรณ์อีกหลายแห่ง  เช่น  ตะกั่วทุ่ง  ถลาง  กระบุรี  เป็นต้น  เมืองที่เกิดขึ้นใหม่เหล่านี้อยู่ในความปกครองของนครศรีธรรมราชทั้งหมด  โดยนครศรีธรรมราชจัดการปกครองเมืองที่อยู่ในอำนาจของนครศรีธรรมราชในรูปเมือง  12  นักษัตร  ดังกล่าวไว้ในตำนานพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชว่า เมือง  12  นักษัตร  ได้แก่

     1.  เมืองสาย  (สายบุรี)                ถือตรา  หนู
     2.  เมืองตานี  (ปัตตานี)               ถือตรา  วัว
     3.  เมืองกลันตัน                        ถือตรา  เสือ
     4.  เมืองปาหัง                           ถือตรา  กระต่าย
     5.  เมืองไทร  (ไทรบุรี)               ถือตรา  งูใหญ่
     6.  เมืองพัทลุง                          ถือตรา  งูเล็ก
     7.  เมืองตรัง                             ถือตรา  ม้า
     8.  เมืองชุมพร                          ถือตรา  แพะ
     9.  เมืองบันทายสมอ  (กระบี่)       ถือตรา  ลิง
    10. เมืองสระอุเลา                       ถือตรา  ไก่
    11. เมืองตะกั่วป่า                        ถือตรา  สุนัข
    12. เมืองกระ  (กระบุรี)                 ถือตรา  หมู
 
 

No comments

?>